เกี่ยวกับเรา-AboutUs
อาจารย์ผู้สอน-Instructors
บทความ-บทสัมภาษณ์-news-interviews
รูปภาพต่างๆ-Gallery
ตารางเรียน-Classes
ราคา-Price&Rate
ส่วนลดต่าง-Discount
โปรโมชั่น-Promotion
สินค้า-Product
ติดต่อเรา-contactus


   PureSutheeYoga 

   คือ โยคะ Studio แห่งใหม่ใจกลางเมืองพรั่งพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ว่าจะเป็นห้องอาบน้ำ

   ผ้าขนหนู ตู้เก็บของส่วนตัว กุญแจ แผ่นรองเล่นโยคะพร้อมทั้งสินค้าคุณภาพสำหรับการฝึกโยคะ



   PureSutheeYoga

   ดำเนินการสอนโดยการนำของ ครูสุธีร์ พันทอง ผู้มากด้วยประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับจากลูกศิษย์มากมาย

   หลักการสอนของอาจารย์ูสุธีร์ มุ่งให้ความรู้แก่ผู้ฝึกถึงประโยชน์ทางสรีรศาสตร์ที่ได้จากการฝึกอาสนะท่าต่างๆ

   และการกำหนดลมหายใจที่ก่อให้เกิดสมาธิ เพื่อให้ผู้ฝึกได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ และแท้จริง

 

ประวัติผู้ก่อตั้ง

อาจารย์ูสุธีร์ พันทอง วัย 48 ปี เคยทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน ให้กับการทำงานด้านจิวเวลลี่ อันเป็นธุรกิจของครอบครัว

ตื่นเช้าขึ้นมาก็หันหน้าเข้าโต๊ะทำงาน มีเวลาพักเพียงช่วงกินข้าวกลางวัน และกว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน

ซึ่งวงจรชีวิตของเขาวนเวียนอยู่อย่างนี้กว่า 20 ปีเลยทีเดียวครูสุธีร์จึงไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลสุขภาพตัวเอง

แม้กระทั่งอาหารการกิน ก็ไม่ได้ใส่ใจพิถีพิถันมากนัก และโดยปกติแล้วิไม่ชอบออกกำลังกาย

จึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคเบาหวาน ก็เกือบสาย ครูสุธีร์รู้สึกว่า ร่างกายเริ่มผิดปกต

เมื่อตอนที่ไปฟังปราศรัยในงานแห่งหนึ่ง ซึ่งมีคนมาสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แล้วควันบุหรี่เข้าตา จึงเอามือขยี้ทำให้ตาบวมอย่างรุนแรง

ทำให้ระคายเคือง และมีความรู้สึกว่ามีเมือกเหลวๆ มาขวางอยู่ที่ตาเรื่อยมาเมื่ออาการหนักมากขึ้น อาจารย์ูสุธีร์จึงไปหาหมอ

ซึ่งตรวจพบว่า อาการดังกล่าวเป็นอาการของโรคเบาหวานขึ้นตา ตอนนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเขาอย่างมาก กลัวว่าตาจะบอด

และในระยะหลัง ๆ สายตาเริ่มแย่ลง เพราะทำงานจิวเวลลี่ต้องใช้สายตาอย่างหนัก หากปล่อยไว้ต่อไปตาต้องบอดอย่างแน่นอน

ซึ่งหมอได้แนะนำให้ลดน้ำหนัก งดอาหารหวาน ของมันต่างๆ รวมทั้งออกกำลังกายด้วยการวิ่ง หลังจากที่หมอแนะนำ

ให้ออกกำลังกายโดยการวิ่ง อาจารย์ูสุธีร์ก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการกินยาที่หมอจัดให้ ทำอยู่ประมาณ 2 ปี

ปรากฏว่าน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก ไม่ลดลงเลย จนกระทั่งวิ่งไม่ไหว เพราะมีน้ำหนักมากถึง 72 กิโลกรัม

ทำให้ขาที่แบกรับน้ำหนักที่มากเกินไป ส่งผลให้เจ็บหน้าแข้ง ทำให้รู้สึกท้อใจ จึงหันมาเล่นโยคะ เพราะตอนนั้นคิดว่า ไม่มีวิธีไหนที่

จะช่วยได้อีกแล้ว แม้ว่าในตอนแรกที่เล่นจะรู้สึกท้อใจ เพราะการที่น้ำหนักตัวเยอะทำให้เคลื่อนไหวลำบาก

แต่เขาก็พยายามให้กำลังใจตัวเองตลอดเวลาหลังจากเล่นโยคะไปได้พักใหญ่ ปรากฎว่าสุขภาพร่างกายของอาจารย์สุธีร์

กลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว และเริ่มเคลื่อนไหวคล่องตัวกว่าแต่ก่อนมาก รวมทั้งใจเย็นขึ้น

อาจารย์ูสุธีร์จึงอุทิศตนให้กับการฝึกโยคะ เรียนจากผู้รู้และศึกษาค้นคว้าจากตำราต่างๆ มากมาย จึงได้รู้กระจ่าง

ถึงประโยชน์อนันต์ของโยคะ และด้วยประสบการณ์อันยาวนาน และวิธีการสอนที่มีเอกลักษณ์ ทำให้สถานีโทรทัศน์ และสื่อต่างๆ

มาขอสัมภาษณ์ และถ่ายทำรายการมากมาย จนได้รับการยกย่องว่า เป็นครูสอนโยคะ ที่เชี่ยวชาญมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย

 อาจารย์สุธีร์ได้รวบรวมท่าอาสนะต่างๆ จากโยคะในหลายแนวทางที่ได้ฝึกมา เช่น  Iyengar,Ashtanga, Vinyasa, Sivanandha

 แล้วนำเอาจุดเด่นของแนวทางต่างๆ นั้นมาเลือกสรร ผสมผสาน และถ่ายทอดในรูปแบบของตนเอง

ชุดการเคลื่อนไหวร่างกายเพียงในเวลา 1 ชั่วโมงของครูสุธีร์ จึงเป็นการเรียนรู้ทั้ง

ปราณยมะ (หลักการหายใจ) อาสนะ ( หลักการวางท่า สรีระ ) และ หลักการทำสมาธิ ซึ่งจะนำมาซึ่งจิตใจและร่างกายที่แข็งแรง

นอกจากนี้ หลักการสอนของครูสุธีร์ จะเน้นการอธิบายให้ความรู้แก่ผู้ฝึก ซึ่งเป็นความรู้ทางสรีรศาสตร์ คือท่าอาสนะต่างๆ

ที่ช่วยปรับปรุงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะท่าอาสนะทุกท่ามีความเกี่ยวข้องกันกับต่อมต่างๆระบบหายใจ ระบบประสาท

และอวัยวะทุกส่วน อันเป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ทั้งสิ้น ผู้ฝึกจะได้เข้าใจถึงประโยชน์ของการฝึกโยคะ

ซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีมาแต่สมัยโบราณนับพันๆ ปี แต่ยังให้ประโยชน์กับชีวิตผู้คนในโลกปัจจุบันได้อย่างแท้จริง

ทีมผู้สอนซึ่งเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สุธีร์ ซึ่งได้รับการถ่ายทอดหลักและรูปแบบการสอนทั้งหมดจากอาจารย์ูสุธีร์

และด้วยประสบการณ์ และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ  ทีมผู้สอนของอาจารย์สุธีร์ก็เชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งโยคะไม่แพ้กัน