History
|
|
|
อาจารย์สุธีร์ก่อนเล่นโยคะ
อาจารย์สุธีร์ พันทอง วัย 53 ปี เคยทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวัน ให้กับการทำงานด้านจิวเวลลี่ อันเป็นธุรกิจของครอบครัวตื่นเช้าขึ้นมาก็หันหน้าเข้าโต๊ะทำงาน มีเวลาพักเพียงช่วงกินข้าวกลางวัน และกว่าจะได้นอนก็เกือบเที่ยงคืน ซึ่งวงจรชีวิตของเขาวนเวียนอยู่อย่างนี้กว่า 20 ปีเลยทีเดียว อาจารย์สุธีร์จึงไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลสุขภาพตัวเองแม้กระทั่งอาหาร การกิน ก็ไม่ได้ใส่ใจพิถีพิถันมากนัก และโดยปกติแล้วไม่ชอบออกกำลังกายจึงทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ตัวว่าเป็นโรคเบาหวาน ก็เกือบสายอาจารย์สุธีร์รู้สึกว่า ร่างกายเริ่มผิดปกติเมื่อตอนที่ไปฟังปราศรัยในงานแห่งหนึ่ง ซึ่งมีคนมาสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ แล้วควันบุหรี่เข้าตา จึงเอามือขยี้ทำให้ตาบวมอย่างรุนแรงทำให้ระคายเคือง และมีความรู้สึกว่ามีเมือกเหลวๆ มาขวางอยู่ที่ตาเรื่อยมาเมื่ออาการหนักมากขึ้น
อาจารย์สุธีร์จึงไปหาหมอซึ่งตรวจพบว่า อาการดังกล่าวเป็นอาการของโรคเบาหวานขึ้นตา ตอนนั้นสร้างความกังวลใจให้กับเขาอย่างมาก กลัวว่าตาจะบอดและในระยะหลังๆ สายตาเริ่มแย่ลง เพราะทำงานจิวเวลลี่ต้องใช้สายตาอย่างหนัก หากปล่อยไว้ต่อไปตาต้องบอดอย่างแน่นอนซึ่งหมอได้แนะนำให้ลดน้ำหนัก งดอาหารหวาน ของมันต่างๆ รวมทั้งออกกำลังกายด้วยการวิ่ง หลังจากที่หมอแนะนำให้ออกกำลังกายโดยการวิ่ง อาจารย์สุธีร์ก็ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ควบคู่กับการกินยาที่หมอจัดให้ ทำอยู่ประมาณ 2 ปี ปรากฏว่าน้ำตาลในเลือดและน้ำหนัก ไม่ลดลงเลย จนกระทั่งวิ่งไม่ไหว เพราะมีน้ำหนักมากถึง 72 กิโลกรัม ทำให้ขาที่แบกรับน้ำหนักที่มากเกินไป ส่งผลให้เจ็บหน้าแข้ง ทำให้รู้สึกท้อใจ จึงหันมาเล่นโยคะ เพราะตอนนั้นคิดว่า ไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยได้อีกแล้ว
เริ่มเล่นโยคะเพื่อผลดีต่อสุขภาพ
แม้ว่าในตอนแรกที่เล่นจะรู้สึกท้อใจ เพราะการที่น้ำหนักตัวเยอะทำให้เคลื่อนไหวลำบากแต่เขาก็พยายามให้กำลังใจตัว เองตลอดเวลาหลังจากเล่นโยคะไปได้พักใหญ่ ปรากฏว่าสุขภาพร่างกายของอาจารย์สุธีร์กลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว และเริ่มเคลื่อนไหวคล่องตัวกว่าแต่ก่อนมาก รวมทั้งใจเย็นขึ้นอาจารย์สุธีร์จึงอุทิศตนให้กับการฝึกโยคะ เรียนจากผู้รู้และศึกษาค้นคว้าจากตำราต่างๆ มากมาย จึงได้รู้กระจ่างถึงประโยชน์อนันต์ของโยคะ และด้วยประสบการณ์อันยาวนาน และวิธีการสอนที่มีเอกลักษณ์ ทำให้สถานีโทรทัศน์ และสื่อต่างๆมาขอสัมภาษณ์ และถ่ายทำรายการมากมาย จนได้รับการยกย่องว่า เป็นครูสอนโยคะ ที่เชี่ยวชาญมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศไทย
โยคะแบบอาจารย์สุธีร์
อาจารย์สุธีร์ได้รวบรวมท่าอาสนะต่างๆ จากโยคะในหลายแนวทางที่ได้ฝึกมา เช่น Iyengar, Ashtanga, Vinyasa, Sivanandha แล้วนำเอาจุดเด่นของแนวทางต่างๆ นั้นมาเลือกสรร ผสมผสาน และถ่ายทอดในรูปแบบของตนเอง ชุดการเคลื่อนไหวร่างกายในเวลาเพียง 1 ชั่วโมงของอาจารย์สุธีร์ จึงเป็นการเรียนรู้ทั้ง ปราณยมะ (หลักการหายใจ) อาสนะ (หลักการวางท่าสรีระ) และ หลักการทำสมาธิ ซึ่งจะนำมาซึ่งจิตใจ และร่างกายที่แข็งแรง นอกจากนี้ หลักการสอนของอาจารย์สุธีร์ จะเน้นการอธิบายให้ความรู้แก่ผู้ฝึก ซึ่งเป็นความรู้ทางสรีรศาสตร์ คือท่าอาสนะต่างๆ ที่ช่วยปรับปรุงส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะท่าอาสนะทุกท่ามีความเกี่ยวข้องกันกับต่อมต่างๆ ระบบหายใจ ระบบประสาทและอวัยวะทุกส่วน อันเป็นสิ่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพของมนุษย์ทั้งสิ้น ผู้ฝึกจะได้เข้าใจถึงประโยชน์ของการฝึกโยคะซึ่งเป็นศาสตร์ที่มีมาแต่สมัยโบราณนับพันๆ ปี แต่ยังให้ประโยชน์กับชีวิตผู้คนในโลกปัจจุบันได้อย่างแท้จริงทีมผู้สอนซึ่ง เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์สุธีร์ และได้รับการถ่ายทอดหลักการ รวมทั้งรูปแบบการสอนทั้งหมดจากอาจารย์สุธีร์ ด้วยประสบการณ์ และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ ทีมผู้สอนของอาจารย์สุธีร์จึงเชี่ยวชาญในศาสตร์แห่งโยคะไม่แพ้กัน
การก่อตั้งของเพียวร์ สุธีร์ โยคะ
Pure Suthee Yoga คือ สตูดิโอโยคะแห่งใหม่กลางเมืองที่ดำเนินการสอนโดยการนำของ อาจารย์สุธีร์ พันทอง ผู้มากด้วยประสบการณ์ และเป็นที่ยอมรับจากลูกศิษย์มากมาย ได้ก่อตั้งในวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2549 ด้วยความมุ่งมั่นในการมอบความรู้แก่ผู้ฝึกถึงประโยชน์ทางสรีรศาสตร์ที่ได้จากการฝึกอาสนะท่าต่างๆ และการกำหนดลมหายใจที่ก่อให้เกิดสมาธิ เพื่อช่วยแก้ไขและบรรเทาความเจ็บป่วย ให้แก่ผู้ที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพ อีกทั้งยังมีความปลอดภัย ด้วยความรู้ที่ถูกต้อง เพื่อให้ผู้ฝึกได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่และแท้จริง
