โยคะเพื่อการบำบัด
ในการอยู่อย่างเป็นองค์รวม โยคะให้ความสำคัญกับเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยให้มนุษย์รู้จักมูลเหตุทุกชนิดที่ขาดความสมดุลย์ อันก่อให้เกิดความเจ็บป่วย และจัดปรับให้คืนสู่ความเป็นปกติ ดังนั้น โยคะจึงเป็นศาสตร์ ที่ว่าด้วยพัฒนาการทางด้านจิตใจของมนุษย์ ซึ่งถือได้ว่าเป็นศาสตร์ทางด้านกาย และทางด้านการบำบัดการรักษาไปพร้อม ๆ กัน
ในร่างกายมนุษย์ มีสิ่งที่บริสุทธิ์และไม่บริสุทธิ์ ซึ่งต้องพยายามขับไล่สิ่งที่ไม่บริสุทธิ์ออกไปให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยการหายใจทางท้อง ซึ่งถ้าพิษในร่างกายมีน้อยลง จะทำให้สบายขึ้น เช่น อาการเวียนศีรษะ ก็จะสามารถคลายไปได้ในระดับหนึ่ง
การหายใจทางท้องทำให้เกิดไฟธาตุ เพราะเป็นที่ตั้งของไฟธาตุ ควรหายใจเข้าให้ยาวเท่าที่จะทำได้ เพื่อรับเอาสิ่งบริสุทธิ์มาบำรุงร่างกาย คือ ออกซิเจน หรือภาษาสันสกฤตเรียกว่า "ลมปราณ" ส่วนการหายใจออก ควรนานกว่าการหายใจเข้า และควรหายใจจนท้องแฟบ
การปรับลมปราณ ควรนั่งกับพื้น มีอาสนะรองรับ นั่งตัวตรงในท่าขัดสมาธิแบบขัดขาไขว้กัน แล้วหงายฝ่าเท้าทั้งสองข้างขึ้น มือทั้งสองข้างวางบนเข่า นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ จิ้มเข้าหากัน ประโยชน์ที่ได้จากการปรับลมปราณก็คือ สำหรับคนที่เป็นความดันสูง ความดันจะลดลงได้ระดับหนึ่ง และความดันก็จะพอดีสำหรับคนที่เป็นความดันต่ำ และหัวใจจะแข็งแรงขึ้น เพราะการหายใจทางท้อง ช่วยผ่อนคลายไม่ต้องให้หัวใจทำงานหนัก เมื่อเปรียบเทียบกับหายใจทางปอด แต่ห้ามหายใจเข้าทางปาก เพราะเชี้อโรคที่เป็นพิษ จะเข้าไปในร่างกาย ปะปนกับโลหิตกลายเป็นพิษ และอาจถึงแก่ชีวิตได้
เกร็ดความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ อีก 2 ประการ คือ
(1) ควรนอนก่อน 2200 น. เพราะหลังจากนั้น ธรรมชาติจะเปลี่ยนแปลง แล้วตื่นขึ้นมาจะสดชื่น
(2) เมื่อฝึกลมปราณแล้ว เวลานั่งส้วมอย่าเบ่ง เพราะถ้าเบ่งบ่อยๆ ต่อไปจะเป็นริสสีดวงได้ ควรหายใจทางเข้า-ออกทางท้องช้าๆ
อุจจาระจะค่อยๆ เคลื่อนออกมาเองอย่างสบายและไม่เจ็บปวด
สำหรับคนที่รักสุขภาพ ควรฝึกโยคะเป็นประจำทุกวัน
|